เมื่อ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์นั่ง โตโยต้า โซลูน่าอย่างเป็นทางการ
พร้อมกับส่งลงสู่ตลาดเมืองไทยอย่างประกาศกร้าวเช่นนั้น มันกลายเป็นสัญญาณที่บ่งบอกอะไรหลายๆ
อย่าง ที่สะท้อนผลไปทุกทิศทาง
ทั้งต่อองค์กรโตโยต้าเอง ต่อเครือข่าย คู่แข่ง และที่สำคัญ กลุ่มผู้ซื้อ
โตโยต้า โซลูน่า รถยนต์นั่ง ซีดานเครื่องยนต์ขนาด 1500 ซีซี แต่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง
4 แสนบาทนั้น นับเป็นรถยนต์นั่งคันแรกของตลาดเมืองไทยที่ถูกส่งเข้ามาเล่นสงครามราคาอย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยแผนที่วางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตั้งใจมานับปี ซึ่งแน่นอนว่า ครั้งนี้สะเทือนวงการทุกหย่อมหญ้าอย่างเลี่ยงไม่พ้น
ไม่ว่าจะเป็นชาวโสม ฝรั่งตาน้ำข้าวหรือเลือดบูชิโดด้วยกันเอง
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น วางตำแหน่งให้โตโยต้ามอเตอร์
ประเทศไทย เป็นฐานผลิตสำคัญอันดับต้นๆ มากกว่า 10 ปี แต่เนื่องจากเป็นองค์กรใหญ่
ความเคลื่อนไหวแต่ละย่างก้าวจึงดูเสมือนเชื่องช้า
แต่โตโยต้าก็ยังมั่นใจว่า วิถีปฏิบัตินี้คือความมั่นคง
แผนงานหนึ่งคือความพยายามถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่อุตสาหกรรมท้องถิ่น
และการที่จะทำให้นักลงทุนท้องถิ่นของบ้านเรา พัฒนาตามให้ทันจนถึงจุดที่ว่า
ต้นทุนการผลิตต่ำแต่คุณภาพสูงนั้น ย่อมต้องใช้เวลา
แนวโน้มช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ดีขึ้นศักยภาพของอุตสาหกรรมเกื้อหนุนในไทยภายใต้เครือข่ายโตโยต้า
ดีวันดีคืน
4 ปีที่แล้ว โตโยต้า มอเตอร์คอร์ป จึงร่างแผนงานชิ้นสำคัญขึ้นมาและจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับ
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
โครงการรถเอเอฟซี (AFFORD ABLE FAMILY CAR) จะเป็นก้าวแรกที่นำโตโยต้า
มอเตอร์ ประเทศไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ด้วยตนเองมากขึ้น แม้ช่วงแรกของโครงการจะยังมีญี่ปุ่นเป็นพี่เลี้ยงอยู่ก็ตาม
แต่ถ้าฐานในไทยสามารถตอบรับและพัฒนาไปได้ อนาคตการยืนด้วยตนเองย่อมต้องมีแน่นอน
ถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่ต่างกับคำว่า การย้ายฐานการผลิต ที่หลายค่ายนิยมใช้กันมากในยุคหลังๆ
นั่นหมายความว่ามิเพียงโรงงานประกอบเท่านั้น อุตสาหกรรมเกื้อหนุนต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในชมรมเมกเกอร์ของโตโยต้า
ย่อมมีโอกาสเติบโตตามไป ความหมายของการถ่ายทอดเทคโนโลยีมันอยู่ตรงนี้แค่นั้นเอง
สิ่งที่โตโยต้าพยายามกระทำให้เป็นรูปธรรมครั้งนี้ สะท้อนถึงพื้นฐานของความเป็นองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้อย่างดีทีเดียว
แนวคิด 4 ประการ ที่โตโยต้านำมาเป็นข้อปฏิบัติในการเริ่มต้นโครงการรถเอเอฟซี
หรือการผลิตโตโยต้าโซลูน่าก็คือ
ประการแรก เอเอฟซีต้องเป็นรถราคาไม่แพง
ประการที่สอง การจะสร้างให้เอเอฟซีเป็นรถราคาไม่แพง ไม่ควรมองข้ามแง่มุมคุณภาพ
รวมทั้งพยายามสร้างรถให้คุ้มค่าที่สุดกับเงินของลูกค้า นั่นก็หมายถึงเอเอฟซีต้องเหนือกว่ารถอื่นๆ
ในระดับเดียวกันในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก การประหยัด ความสะดวกสบาย
ความปลอดภัย และความมั่นใจได้ในคุณภาพ
ประการที่สาม ต้องเป็นรถยนต์นั่งซีดาน 4 ประตู เพื่อให้ครอบครัวได้บรรลุความฝันของการมีรถสักคน
และสามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่
ประการสุดท้าย เอเอฟซี ไม่เพียงแต่จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเท่านั้น
แต่การพัฒนาและผลิตยานยนต์จะต้องเกื้อหนุนต่อเศรษฐกิจของไทย โดยผ่านการถ่ายทอดทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย
โตโยต้า โซลูน่า จะมีชิ้นส่วนกว่า 700 รายการที่ผลิตในประเทศไทย หรือคิดเป็นอัตราส่วนสูงถึง
70%
นั่นหมายความว่า ความพยายามของโตโยต้าในการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรมเกื้อหนุน
ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วระดับหนึ่ง
และเมื่อต้นทุนการผลิตต่ำ แต่คุณภาพสูง โครงการรถราคาประหยัดจึงสำเร็จผล
และจากนี้เครือข่ายโตโยต้าไทย จะเริ่มต้นเข้าสู่ยุคของการส่งออกอย่างเข้มข้นขึ้น
"เป็นการเพิ่มการส่งออกของประเทศไทย ไม่ใช่แต่เฉพาะชิ้นส่วนเท่านั้น
โดยเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ จะเริ่มส่งออกโซลูน่าสำเร็จรูปไปยังสิงคโปร์และบรูไน
และหลังจากที่การผลิตเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้จะขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ
ด้วย" คำกล่าวของ ไอ. อิโซมูร่า รองประธานกรรมการ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป
ทั้งนี้ แม้โตโยต้า โซลูน่าจะเป็นรถยนต์ที่วิจัยและพัฒนา และเริ่มต้นผลิตในไทยเป็นแห่งแรก
แต่อนาคตจะมีการประกอบขึ้นในอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยไทยจะรับหน้าที่ในการเป็นผู้ป้อนชิ้นส่วนส่วนใหญ่ให้ ซึ่งแนวโน้มคาดว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ที่จะขึ้นสายผลิตเป็นอันดับต่อไป
สำหรับ วาย มูรามัตซึ ประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยคนล่าสุด
ซึ่งถูกส่งเข้ามารับหน้าที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วย 2 ภารกิจสำคัญ คือสานให้ฐานในไทยสู่ยุคส่งออกอย่างแท้จริง
และสกัดกั้นการบุกเข้ามายังภูมิภาคนี้ของบิ๊กทรีจากสหรัฐอเมริกานั้น ได้กล่าวถึงโซลูน่าที่สะท้อนความสำคัญของไทยได้ดี และยังบ่งบอกอีกว่า นี่คือแผนงานหนึ่งที่โตโยต้าเตรียมไว้รับมือยักษ์จากโลกตะวันตก
"ในวันนี้ เราถือเป็นเกียรติที่จะได้แนะนำรถเอเอฟซีแก่ผู้สื่อข่าว
เอเอฟซีเป็นรถยนต์ที่ผลิตในไทย แต่ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สำหรับประเทศไทยเท่านั้น
เอเอฟซียังเป็นรถยนต์ที่โตโยต้าจะใช้เป็นกลยุทธ์ระดับโลกในการนำยุคประชายานยนต์ไปสู่ประเทศที่มีตลาดยานยนต์เติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบเอเชีย ดังนั้นคงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงหากจะพูดว่า
โครงการเอเอฟซีเป็นโครงการสำคัญที่สุดของโตโยต้าซึ่งจะมีผลต่อหลายประเทศในศตวรรษที่จะถึงนี้"
เป็นคำกล่าวในการเปิดตัวโตโยต้า โซลูน่า อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เมื่อยักษ์ใหญ่เดินหมากอย่างเข้มข้นและมั่นคงเช่นนี้ คู่แข่งที่อยู่ในตลาดก็คงกระอักกันถ้วนหน้า
โดยเฉพาะหญ้าแพรกทั้งหลาย ก็คงต้องทำใจและเตรียมกลยุทธ์เฉพาะหน้าต่างๆ ไว้รับมือให้ดีไม่เช่นนั้นคงจบเห่กันคราวนี้
ที่น่าหนักใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ในระยะยาวแล้วจะต่อสู้กันได้อย่างไร เพราะเป้าหมายโซลูน่าเดือนละ
4,000 คันนั้น ดูเหมือนว่าเกือบจะกวาดตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กไว้ในกำมือเกือบทั้งหมดแล้ว
อย่าว่าแต่รายเล็กรายน้อยเลย ขาใหญ่อย่างฮอนด้าที่เดินนโยบายฉาบฉวยมาโดยตลอด
ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมถ้ายังไม่ปรับปรุงตัว
ยุทธการล้างบางครั้งนี้ ดูเหมือนว่าโตโยต้าจะล้างแค้นคู่แข่งอย่างเลือดเย็นที่สุด
แต่ก็นั่นแหละ โตโยต้าเคยปรามเรื่องสงครามราคาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่าอย่าเล่น
เพราะถ้าเริ่มก็คงต้องเล่นกันถึงตาย หาจุดลงยาก
แต่ไม่ว่าใครจะอยู่จะไป ปรากฏการณ์นี้ ผู้ซื้อรับประโยชน์ฝ่ายเดียว
เตือนไว้นิด ไม่ต้องผลีผลามเพราะหลังจากนี้รถยนต์นั่งขนาดเล็กราคาประหยัดจะมีตามมาอีกมาก
เพราะคงไม่มีใครยอมลงให้กันง่ายๆ นัก
แล้วถ้าจะตัดสินใจเลือกใคร การตรวจสอบคุณภาพ เปรียบเทียบสมรรถนะและรายละเอียด
เป็นเรื่องสำคัญมากนักจากนี้