ครม.อนุมัติแผนเพิ่มเติมการแก้ปัญหาบางจากฯ คาดออกดีอาร์หุ้นกู้แปลงสภาพ และดีอาร์หุ้นสามัญที่คลังรับประกันเงินต้น
วงเงินมูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท ช่วงม.ค. 47 เสนอ "คลัง-ปตท." ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่บางจากฯแลกหุ้นสามัญเดิมที่ถืออยู่ทั้งหมดเป็นดีอาร์ในอัตรา
10 หุ้นเดิมต่อ 5 หุ้นใหม่ ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยให้เปลี่ยนในอัตราส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ
7-9 หุ้นใหม่ ทำให้ลดปริมาณหุ้นในตลาดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดขึ้นในอนาคต
วานนี้ (16 ธ.ค.) คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแผนเพิ่มเติม ในการแก้ไขปัญหาบริษัท
บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อให้บริษัทฯสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
โดยครม.เห็นชอบในการจัดหาเงินทุนจำนวน 19,500 ล้านบาทตามแผนการปรับโครงสร้างทางการเงินที่เคยอนุมัติเมื่อวันที่
8 ก.ค.2546 ซึ่งบางจากฯจะดำเนินการกู้เงินใหม่จากสถาบันการเงินจำนวน 12,500 ล้านบาท
เป็นเงินที่ใช้เป็นทุนหมุนเวียน 4,000 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาว 10 ปี จำนวน 8,500
ล้านบาท
รวมทั้ง บางจากฯจะเพิ่มทุนและออกหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีกระทรวงการคลังรับประกันเงินต้นไม่เกิน
10 ปี โดยจะออกใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์บนหลักทรัพย์ (Depository Receipt:
DR) วงเงินรวม 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ดีอาร์หุ้นกู้แปลงสภาพ 4,000 ล้านบาท และดีอาร์หุ้นสามัญ
3,000 ล้านบาท
น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวง การคลัง
และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่บางจากฯคิดเป็นสัดส่วน 49%
และ 24% ตามลำดับ จะดำเนินการแลกเปลี่ยนหุ้นสามัญบางจากฯเป็นดีอาร์หุ้นสามัญแทน
ในอัตรา 10 หุ้นเดิม ต่อ 5 หุ้นใหม่ โดยจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนม.ค.
2547
การดำเนินการดังกล่าว ได้อาศัยจังหวะที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น
ภาวะเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวที่ดี โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ได้รับแรงตอบรับอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับจากแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาของบริษัทที่ผ่านมาได้ผลดีเกินคาด ทั้งแผน
การปรับโครงสร้างการบริหาร และแผนการ ปรับโครงสร้างทางการเงิน
ในส่วนของกระทรวงการคลังก็จะสามารถปลดเปลื้องภาระหนี้ได้ โดยคาดว่าภายใน 2-3 ผลประกอบการของบริษัทจะดีขึ้น
และสามารถปลดภาระหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ 19,500 ล้านบาท ซึ่งมีกระทรวงการคลังค้ำประกันโดยตรง
8,100 ล้านบาทนั้น ให้หมดไปได้
น.พ.พรหมินทร์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมผลการปรับปรุงโครงสร้างของบางจากฯว่า
แผนการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเกินคาด และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ
โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
การแก้ไขปัญหาตามแนวทางนี้จะทำให้หุ้นใหม่ของบางจากดีขึ้น และจะสามารถลดภาระของกระทรวงการคลังในการเข้าไปช่วยเหลือ
และเป็นแนวทางที่กระทรวงการคลังไม่ต้องใช้เงินเพิ่มในการช่วยเหลือด้วย น.พ.พรหมินทร์กล่าว
ขายดีอาร์ม.ค. 47
นายพิชัย ชุณหวชิร รักษาการกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด
(มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯจะสามารถนำดีอาร์ออกขายได้ภายในเดือนม.ค. 2547 โดยราคาดีอาร์
หุ้นสามัญจะมีราคาระดับเดียวกับราคาหุ้นบางจากฯในปัจจุบัน ซึ่งการจำหน่ายดีอาร์จะขายผ่านบริษัท
สยามดีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะเทรด ในกระดานหุ้นวอร์แรนต์
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และปตท.จะ แลกหุ้นสามัญเดิมที่ถืออยู่ทั้งหมดเป็นดีอาร์ในอัตราไม่ต่ำกว่า
10 หุ้นเดิม ต่อ 5 หุ้นใหม่ ทำให้กระทรวงการคลัง ถือหุ้นบางจากฯอยู่เดิม 250 ล้านหุ้น
เหลือเพียง 125 ล้านหุ้น และปตท.ถือหุ้นอยู่เดิม 126 ล้านหุ้น เหลือ 63 ล้านหุ้น
ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นได้มีการกำหนดสัดส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ 7-9 หุ้นใหม่ ทำให้สัดส่วนเดิมที่มีอยู่
146 ล้านหุ้นเหลือ 117 ล้านหุ้น โดยบริษัทฯจะยกเลิก หุ้นสามัญส่วนเกินจากการแลกดีอาร์ประมาณ
200 ล้านหุ้น เพื่อไม่ให้จำนวนหุ้นในตลาดมากเกินไป ทำให้ราคาหุ้นดีอาร์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
กว่าราคาหุ้นบางจากในขณะนี้ที่เทรดซื้อขายอยู่ 13 บาทต่อหุ้น
ปัจจุบันบางจากฯมีทุนจดทะเบียน 522.04 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญ 522.04 ล้านหุ้น
มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังเจรจากับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้ทำสัญญาเช่า
กับกรมธนารักษ์ ซึ่งจะต้องจ่าย ค่าเช่าเมื่อครบกำหนด 12 ปี ออกไปเป็นจ่ายใน ปีที่
13 แทน
สำหรับความคืบหน้าในการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจ และกระแสเงินสด
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและสถาบันการเงินผู้ให้เงินกู้นั้น โรงกลั่นจะเพิ่มกำลังการกลั่นจากเฉลี่ย
70,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 90,000-100,000 บาร์เรลต่อวัน สนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศ
ขณะเดียวกัน ก็ลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โดยการสั่งซื้อน้ำมันและขนส่ง
ร่วมกับไทยออยล์ รวมทั้งนำน้ำมันเตาชนิด Long Residue ที่บางจากฯผลิตได้ไปกลั่นต่ำ
ที่โรงกลั่นไทยออยล์ แล้วนำมาแบ่งประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มเป็น
1.2-1.5 เหรียญต่อบาร์เรล
คาดปีหน้าบางจากฯกำไร
แหล่งข่าวระดับสูงบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯเตรียม
โรดโชว์ดีอาร์หุ้นกู้แปลงสภาพให้สถาบันการเงินในประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้
ซึ่งเงินที่ได้จะนำมาชำระหนี้คืน ทำให้ภาระ ดอกเบี้ยบางจากฯปรับตัวลดลงจากเดิมปีละ
1,100 ล้านบาท เหลือเพียงปีละ 500-600 ล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้เงินต้นก็จะปรับลดลงด้วย
ทำให้ผลประกอบการบางจากฯดีขึ้น โดยคาดว่าปีหน้าจะมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ค่าเสื่อม
และภาษี (EBITDA) 2,200 ล้านบาท และเมื่อหักดอกเบี้ยและค่าเสื่อมบริษัทฯจะมีกำไรสุทธิ
ดีกว่าปีนี้ บริษัทฯจะมี EBITDA 2,000 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิอยู่
บอร์ดบางจากปัดตก MD คนใหม่
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บางจากฯครั้งที่ 17/2546 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา
มีมติไม่รับรายชื่อกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของบางจากฯตามที่คณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อมา
เนื่องจากเห็นว่า ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของบริษัทที่ต้องการเร่งให้ดำเนินการปรับโครงสร้างการเงินและธุรกิจในขณะนี้
โดยที่ประชุมฯเห็นชอบให้นายพิชัย ชุณหวชิร รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
บางจากฯต่อไปจนกว่าจะดำเนินการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ให้เสร็จภายใน 6
เดือนข้างหน้า