D e s k t o p P C
เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จะรวมเอาความสามารถของมัลติมีเดีย รองรับการใช้งาน
และความบันเทิงภายในบ้านได้ดีขึ้น โดยคอมพิวเตอร์จะกลายเป็น Digital Home
Entertainment ซึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะสามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย
และสะดวกสบาย ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับการดูภาพถ่ายดิจิตอล วิดีโอ และฟังเพลงระบบ
MP3 ซึ่งเก็บอยู่ในพีซีจากทีวี และเครื่องเสียงภายในบ้านได้โดยผ่านเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย
หรืออุปกรณ์ มีเดีย อแด็ปเตอร์ ที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่างพีซีกับทีวี
และสเตอริโอ
M o b i l e P h o n e / S m a r t P h o n e
การใช้งานโทรศัพท์ของผู้บริโภคในปีหน้าจะมีความต้องการที่หลากหลาย ซับซ้อนมากขึ้น
ซึ่งในด้านความบันเทิงได้รับความสนใจอย่างมาก เช่น การฟังเพลง MP3 เกม การถ่ายภาพ
เป็นต้น โทรศัพท์ที่เป็นจอสี มีกล้องดิจิตอลในตัวจะได้รับความนิยมมากขึ้น
แต่ก็ยังคงมีโทรศัพท์หน้าจอขาว-ดำรุ่นใหม่ๆ ออกมาวางตลาดอยู่ ส่วนโทรศัพท์แบบ
Smart Phone ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นทางด้านการเชื่อมต่อ (connectivity) สามารถติดต่อกับโปรแกรมออฟฟิศ
มีฟังก์ชันสำหรับบันทึกข้อมูล สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้นั้น จะมีรุ่นใหม่ออกมาให้เลือกใช้มากขึ้น
D i g i t a l C a m e r a
กล้องดิจิตอลกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งแนวโน้มของความละเอียดของกล้องดิจิตอลในปีหน้าจะมีความละเอียดสูงกว่าเดิมมาก
การออกแบบรูปทรงจะเน้นที่ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ซึ่งในปีหน้าจะเห็นผู้เล่นในตลาดกล้องดิจิตอลกันมากขึ้น
โดยผู้ผลิตพรินเตอร์ก็เริ่มหันมาผลิตกล้องดิจิตอลของตนเองกันบ้างแล้ว อาทิ
เอชพี เป็นต้น นอกจากนี้มาตรฐาน PictBridge ที่กำหนดโดย CIPA ก็จะเข้ามาเป็นมาตรฐานหนึ่งของกล้องดิจิตอล
เพื่อทำให้การเชื่อมต่อการทำงานของผลิตภัณฑ์ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตลาดกล้องดิจิตอลจะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากขึ้นกว่าเดิม
ได้รับการออกแบบมาให้รองรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ซึ่งคาดว่าฐานผู้ใช้กล้องดิจิตอลก็เพิ่มจากเดิม
โดยปัจจุบันมีผู้ใช้กล้องดิจิตอลประมาณ 40% จากตลาดกล้องทั้งหมด
L C D M o n i t o r
จอมอนิเตอร์แบบ LCD ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จะมีความละเอียด ความสว่างสูงกว่าเดิมแต่ราคาถูกลง ในปีหน้า จะมีการนำจอมอนิเตอร์
LCD มาใช้แทนจอโทรทัศน์กันมากขึ้น หรือที่เรียกว่า LCD TV ซึ่งจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง
40 นิ้ว วางตลาดกันมากขึ้น ส่วนจอ LCD Monitor ขนาดเล็กตั้งแต่ 15 นิ้ว หรือ
17 นิ้วขึ้นไป จะมีหน้าจอแบบ Wide Screen ผลิตออกมามากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดียที่สมบูรณ์แบบในการดูดีวีดี
รวมทั้งการใช้งานที่สามารถแสดงการทำงาน 2 หน้าจอในเวลาเดียวกัน
N o t e b o o k
อัตราการเติบโตของโน้ตบุ๊คยังคงสูงมาก ในปีหน้าเราจะเห็นโน้ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเบา
ขนาดบาง ใช้งานได้นานขึ้น ราคาถูกลง แต่มีสเป็กของเครื่องสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว
เน้นการรองรับหน่วยประมวลผล Intel Centrino Mobile Technology ซึ่งจะเข้ามาแทนที่หน่วยประมวลผล
Intel Pentium-M ทั้งนี้เพื่อรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย ที่มาพร้อมระบบเครือข่ายไร้สาย
802.11g ใหม่ล่าสุด ซึ่งให้ความเร็วสูงขึ้นจาก 11 Mbps เป็น 54 Mbps นอกจากนี้ยังจะเห็นโน้ตบุ๊คที่มีหน้าจอแบบ
wide screen ในตลาดกันมากขึ้น แม้ว่าคนใช้โน้ตบุ๊คหน้าจอแบบ wide screen
จะเป็น niche market อยู่ในขณะนี้ก็ตาม
C P U
หน่วยประมวลผลในปีหน้าจะเน้นการใช้เทคโนโลยี 64 bit เป็นหลัก และใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ
90 นาโนเมตร ซึ่งช่วยให้ชิปมีสมรรถนะสูงกว่า เร็วกว่า และกินไฟต่ำกว่าหน่วยประมวลผลที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ
130 นาโนเมตร ซึ่งในปี 2004 นี้ AMD มีแผนคลอดโปรเซสเซอร์ไม่ต่ำกว่า 8 ตัว
ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีแบบ 64 bit โดยตั้งชื่อรหัสให้เป็นชื่อประเทศ และเมืองต่างๆ
ทั่วโลก ส่วนทางด้านของอินเทลนั้น จะเน้นหน่วยประมวลผล Pentium ที่มาพร้อมเทคโนโลยี
Hyper Threading มากขึ้นสำหรับเครื่องพีซี ส่วนโน้ตบุ๊ค อินเทลกำลังพัฒนาให้ซีพียูสำหรับโน้ตบุ๊คสามารถรองรับมาตรฐานการสื่อสารไร้สายในทุกระดับ
ทั้ง 802.11b, 802.11a และ 802.11g ซึ่งจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel
Centrino รุ่นใหม่
P r i n t e r
ในปีหน้าเราจะเห็นพรินเตอร์แบบโฟโต้ อิงค์เจ็ท ที่รองรับการพิมพ์จากกล้องดิจิตอลได้โดยตรง
ไม่ต้องผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่จำกัดยี่ห้อ โดยพรินเตอร์ทุกยี่ห้อจะรองรับมาตรฐาน
PictBridge ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดโดย CIPA (Camera & Imaging Products
Association) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อระหว่างกล้องดิจิตอล และพรินเตอร์
โดยบริษัทชั้นนำ 6 บริษัท ได้แก่ แคนนอน เอปสัน เอชพี โซนี่ ฟูจิ และโอลิมปัส
ที่ได้กำหนดร่วมกัน จึงทำให้กล้องดิจิตอล และพรินเตอร์จากทุกยี่ห้อใช้งานร่วมกันได้
พรินเตอร์จะมีความเร็วสูงขึ้น ซึ่งความละเอียดในระดับ 4800 dpi จะเริ่มเข้ามาแทนที่ความละเอียด
2400 dpi โดยมีจอ LCD สำหรับเลือกรูปจากการ์ดหน่วยความจำ รวมทั้งมีช่องสำหรับเสียบการ์ดหน่วยความจำจากกล้องดิจิตอลกันมากขึ้น
อีกทั้งยังจะเห็นผู้ผลิตกล้องดิจิตอลมาผลิตพรินเตอร์กันมากขึ้น อาทิ โซนี่
ซันโย เป็นต้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดนี้มีมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าฟังก์ชันการใช้งานจากยี่ห้อต่างๆ
จะไม่แตกต่างกันนัก แต่จะมาแข่งในเรื่องคุณภาพ ความละเอียดของงานพิมพ์กันเป็นหลักมากกว่า
นอกจากนี้รูปทรงของตัวเครื่องก็จะออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้แต่ละกลุ่มมากขึ้น
ส่วนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์นั้นจะมีความเร็วเริ่มต้นที่ 14 หน้าต่อนาทีขึ้นไป
T h u m b D r i v e
อุปกรณ์ที่เข้ามาแทนที่ Floppy A: ในอนาคต และยังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
ด้วยขนาดที่กะทัดรัด พกพาสะดวก มีพื้นที่สำหรับบันทึกข้อมูลได้มากกว่า Floppy
A: หลายเท่าตัว การทำงานไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัย ช่วยป้องกันข้อมูลที่หลากหลาย
เช่น การพิมพ์รหัสผ่าน ระบบพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นต้น ซึ่ง Thumb Drive
มีแนวโน้มของราคาลดลงเรื่อยๆ และยังได้รับการพัฒนาให้มีความจุสูงขึ้นถึงระดับ
4GB ขึ้นไป
P D A
PDA ในปีหน้าจะมีความสามารถในการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น รองรับการทำงานได้หลากหลาย
ในเครื่องเดียว ขนาดบางเบา หน้าจอมีขนาดใหญ่ มีหน่วยความจำในตัวขนาดใหญ่
และมีช่องเพิ่มหน่วยความจำมาให้ด้วย ความละเอียดของหน้าจอ การแสดงสี ระยะเวลาการใช้งานมากขึ้น
โดยในปีหน้าจะมีเครื่อง PDA ที่เป็นโทรศัพท์ในตัว รองรับโครงข่ายโทรศัพท์แบบ
Tri-band มีกล้องดิจิตอลในตัวออกมาวางตลาดมากขึ้น ซึ่งความสามารถของ PDA
โดยรวมแล้วจะคล้ายกับเครื่องโทรศัพท์ Smart Phone มาก รวมไปถึงกลุ่มผู้ใช้งานก็ยังเป็นกลุ่มเดียวกัน
ต่างกันที่ขนาดซึ่ง PDA จะมีขนาดใหญ่กว่า มีช่องรับ input มากกว่า Smart
Phone ซึ่งการเลือกใช้ PDA หรือ Smart Phone นั้นขึ้นอยู่กับความชอบ ลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ว่ามีการใช้งานในฟังก์ชันของโทรศัพท์หรือ
PDA มากกว่ากัน รวมไปถึง content ของ operator เป็นหลัก
I P V. 6
ไอพีเวอร์ชั่น 6 คือมาตรฐานในการจัดสรรไอพีแอดเดรสใหม่ ข้อกำหนดที่ได้ระบุถึง
การทำงานของอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเข้ามาทดแทนไอพีเวอร์ชั่น 4 (IPv4-Internet
Protocol Version 4) ที่ใช้กันมานานกว่า 30 ปี โดยไอพีเวอร์ชั่น 6 จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในปีหน้า
และมีแนวโน้มว่าจะเป็นโครงสร้างหลักในการเชื่อมต่อสำหรับอินเทอร์เน็ตยุคใหม่
ที่จะรวมทุกอย่างไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้านเสียง
ภาพวิดีโอ และข้อมูล
W i - F i H o t s p o t
มาตรฐาน 802.11g จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเครือข่ายไร้สาย รวมไปถึง Hotspot
ในปีหน้า ซึ่งเข้ามาแทนที่มาตรฐาน 802.11b โดยการวางตำแหน่งของ Hotspot ที่จะมีกว่า
1,000 จุดทั่วประเทศ ในปีหน้าจะยังคงเน้นบริเวณชุมชน และมีการขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น
เช่น บริเวณสนามบิน โรงแรม สถานศึกษา ศูนย์การค้า ร้านอาหาร อาคารทันสมัย
เป็นต้น