Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 พฤศจิกายน 2546
ปี48เอ็นพีแอลแบงก์ลด ธปท.วางเป้าต่ำกว่า5%             
 


   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.




แบงก์ชาตินัดนายแบงก์ ทำเวิร์กชอปแก้เอ็นพีแอล วางเป้า 2 ปี ลดลงเหลือต่ำกว่า 5% จี้แบงก์เร่งแก้ไขกลุ่มลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้เสร็จ และ กลุ่มที่อยู่ระหว่างการเจรจา ต้องลดลงให้ ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทให้ได้ภายในปี 48 ด้านนายแบงก์ขานรับอีก 2 ปีเอ็นพีแอลลดตามเป้าแน่

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังการเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งหมดในงานการกำหนดยุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และการดำเนินการตามมติที่เคยได้ประชุมกันไปแล้วในวันที่ 27 ธ.ค.ปี 2545

โดยผู้ว่าการ ธปท. ได้กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างช้า และไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ซึ่งในที่ประชุมได้ พิจารณาข้อมูล และวางแนวทางที่ชัดเจนแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอล ซึ่งกำหนดว่านับจากนี้ไปอีก 2 ปีข้างหน้า กลุ่มลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เสร็จ แล้วอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ รวมทั้งกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการเจรจาจะต้องลดหนี้เอ็นพีแอลให้ได้ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ กลุ่มลูกหนี้ดังกล่าวมีเอ็นพีแอลอยู่จำนวน 365,216 ล้านบาท

สำหรับตัวเลขเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ ไทย ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2546 มีจำนวนทั้งสิ้น 708,786 ล้านบาท เทียบกับเดือนมิ.ย.2545 ที่มีเอ็นพีแอล 788,182 ล้านบาท ลดลง 79,396 ล้านบาท ส่วนลูกหนี้กลุ่มที่อยู่ระหว่างบังคับคดี ตัวเลข ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2546 มีจำนวน 222,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนมิ.ย. 2545 จำนวน 1,644 ล้านบาท

ทั้งนี้ เชื่อว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาน่าจะทำให้เอ็นพีแอลของลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวหมดภายใน 2 ปี ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ณ สิ้นมิ.ย.2546 มีจำนวนเงิน 120,951 ล้านบาท ลดลงจาก สิ้นเดือนมิ.ย. 2545 จำนวน 37,279 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวต้องรอให้ศาลตัดสินก่อนและหลังจากนั้นจะเลื่อนขั้นมาเป็นลูกหนี้กลุ่มที่อยู่ระหว่างบังคับคดี ดังนั้น จะนำมาขายทอดตลาดได้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรมบังคับคดี ได้เสนอวิธีแก้วิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา ของสมาชิกวุฒิสภา หากผ่านการพิจารณาก็จะทำให้กระบวนการพิจารณาคดีการปรับโครงสร้างหนี้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น และส่งผลให้การ ขายสินทรัพย์ทอดตลาดได้เร็วขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้เสนอให้กระทรวงการคลังแก้กฎหมายของบรรษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อให้เข้ามาซื้อสินทรัพย์ที่กรมบังคับคดีนำออกมาขายทอดตลาดได้และจะส่งผลให้มีผู้เข้ามาประมูล มากขึ้น ทำให้การประมูลได้ราคาสูงด้วย ซึ่งในขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา แก้ไขพ.ร.ก. คาดน่าจะเสร็จภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้

ทั้งนี้ จากการที่ธปท.พยายามแก้ไขปรับปรุง ทางด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานแล้ว คาดว่าภายใน 2 ปี ตัวเลขเอ็นพีแอลน่าจะลดลงได้เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม คงจะ ทำให้ถึง 0% ไม่ได้แน่ ซึ่งทางการได้พยายามแก้ไข ปัญหาให้กลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีและลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างบังคับคดีไปบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือคือกลุ่มลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้เสร็จแล้วอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ และกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งทางธนาคารพาณิชย์จะต้องช่วยเหลือตนเอง

"แบงก์พาณิชย์จะต้องร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาเอ็นพีแอลอย่างจริงจัง ถ้าเป็นลูกหนี้ที่ดีมีการแฮร์คัตได้ก็ให้ทำ แต่ถ้าเป็นลูกหนี้ไม่ดีก็ฟ้องศาลได้เลย ซึ่งจะช่วยให้ระบบสะอาด ซึ่งทาง ธปท.หวังให้แบงก์พาณิชย์ดำเนินงานอย่างแข่งกันทำดี ต้องใช้วิธีจับแบงก์พาณิชย์มาเปรียบเทียบ ว่าใครเก่งกว่ากัน" ผู้ว่าการธปท.กล่าว

2 ปีเอ็นพีแอลลดต่ำกว่า 5%

นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด กล่าว ว่า ในปีหน้า ธนาคารตั้งเป้าจะลดเอ็นพีแอลให้เหลือ ต่ำกว่า 5% หลังจากธนาคารได้แก้ปัญหาเอ็นพีแอล ไปมากแล้วในปีนี้ โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 90,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 9% ของสินเชื่อทั้งหมด

ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินการทำ ได้แก่ การตั้งทีมมาดูแลการแก้ปัญหาหนี้โดยเฉพาะการเอาทรัพย์สินมาชำระหนี้การดำเนินคดี พร้อมกับการเจรจาหนี้ และการซื้อหนี้หลังจากบังคับคดีเรียบร้อยแล้วเพื่อนำมาขายให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์ไทย

ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกรมบังคับคดี

ด้านคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์มีความคืบหน้าในการ แก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกกำหนดว่าให้ดำเนินการปรับหนี้ให้แล้วเสร็จภายใน อีก 4 เดือนนั้น ทางธนาคารก็ทำให้ลดลงได้จำนวน มาก แต่ในส่วนที่ยังไม่เสร็จก็ต้องดำเนินการไปสู่การฟ้องร้อง พิพากษาบังคดี ซึ่งสถานภาพของแต่ละธนาคารนั้นมีความแตกต่างกัน

คุณหญิงชฎา กล่าวต่อไปว่า ลูกหนี้ของธนาคารไทยพาณิชย์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพิพากษา และบังคับคดีแล้ว จากนี้ต่อไปเป็นเรื่องการขาย ทอดตลาด และเจรจากับลูกหนี้เพื่อหาคนมาซื้อเอง ซึ่งสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปคือทำอย่างไรระบบธนาคารพาณิชย์จะมีหนี้เอ็นพีแอลลดลงทั้งระบบมากที่สุด ซึ่งทางการจะมีการออกกฎเกณฑ์มาเพิ่มเติม

"เอ็นพีแอลของธนาคารไทยพาณิชย์ตอนนี้คือมี 20% ของสินเชื่อรวม คิดเป็นเงินจำนวน 100,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในขั้นดำเนินคดี และบังคับคดี คิดเป็นประมาณ 50% ของเอ็นพีแอล ทั้งหมด ทั้งนี้ ธปท.ก็ได้ชี้แจงถึงการแก้ไขกฎหมาย บังคับคดีและกฎหมายล้มละลายซึ่งจะส่งผลดีสำหรับทุกคน เพราะจะทำให้การจัดการแต่ละขั้นตอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นำกรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว

คุณหญิงชฎากล่าวว่า หากการแก้กฎหมายในเรื่องการบังคับคดีและกฎหมายล้มละลายมีความคืบหน้ามากขึ้นก็จะทำให้ระบบโดยรวมสามารถแก้ปัญหาเอ็นพีแอล ได้มีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย

"ธปท.กำลังพิจารณาเรื่องการออกมาตรการ เพิ่มเติมเพื่อทำให้หนี้เอ็นพีแอลตัดออกจากบัญชี ได้เร็วขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้" คุณหญิงชฎา กล่าว

แบงก์กรุงเทพวอนรัฐออกกม.สนับสนุน

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า หนี้เอ็นพีแอลของธนาคารค้างอยู่ในการบังคับคดีจำนวนมาก ซึ่งหากจะให้กระบวนการดังกล่าวจบได้รวดเร็ว ต้องอาศัยทางราชการที่จะมีการออกกฎหมายใหม่ มาใช้ ที่ผ่านมาผลงานการปรับโครงสร้างหนี้และการลดเอ็นพีแอลของธนาคารยังไม่น่าพอใจนัก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2547 จะมีความคืบหน้าจากการที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมาตรการของทางการก็คงมีส่วนช่วยทำให้ธนาคารมีทางออกมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีการขายสินทรัพย์ออกมาเพียงใด แต่ได้มีการจัดอันดับของลูกค้าไว้เป็น 4 เกรดแล้ว

ขณะที่ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าการที่ธปท. ตั้งเป้าให้ธนาคารพาณิชย์แก้ไข เอ็นพีแอล และเร่งให้ลูกหนี้เข้ามาช่วยเจรจาเป็นเรื่องที่ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งปัจจัยหลักอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ได้ปรับตัวไปในทิศทางที่ดี จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การแก้ปัญหาเอ็นพีแอลทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า เอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ จะลดลงมาเป็นตัวเลขหลักเดียว จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 16 - 17% ของสินเชื่อรวม

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us