Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2539
"ปราจิน เอี่ยมลำเนา คงต้องบินเดี่ยว ทำงานยักษ์"             
 


   
search resources

ปราจิน เอี่ยมลำเนา
Vehicle




ปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้า คือ ระหว่างวันที่ 27 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม จะเป็นช่วงการจัดงานแสดงรถยนต์ ในนาม "มอเตอร์โชว์" ซึ่งใช้สวนอัมพรเป็นสถานที่จัดงาน

สำหรับประเทศไทยแล้ว งานนี้พอจะถือได้ว่าเข้าข่ายงานแสดงรถยนต์ได้เพียงงานเดียวกระมัง

ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการ บริษัท กรังด์ปรีช์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ที่คนซึ่งสนใจแวดวงยานยนต์มักจะรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี และคุ้นเคย อย่างน้อยก็ปีละครั้ง ผ่านงานแสดงรถยนต์ ณ สวนอัมพรแห่งนี้

ปราจิน ในฐานะผู้จัดงาน ได้วางแนวทางในการจัดงานมอเตอร์โชว์ทุกครั้งว่า จะต้องเน้นงานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เน้นความเป็นงานมอเตอร์โชว์ที่พยายามจะให้เทียบเคียงต่างประเทศ ส่วนงานขายนั้นเป็นองค์ประกอบปลีกย่อยแต่ยังจำเป็นต้องมีเท่านั้น

"ผมเข้ามาวงการรถยนต์และจักรยานยนต์ 30 ปีเศษ มีความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยี ในการผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์มาให้คนไทยได้ชื่นชม ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ที่พร้อมใจกันนำผลงานที่เป็นสุดยอดแห่งเทคโนโลยี และวิวัฒนาการของรถต้นแบบ และรถยนต์รุ่นล่าสุดมาแสดงในงานอย่างคับคั่ง" ปราจิน กล่าวไว้ในสารจากประธาน ในเอกสารประกอบการแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้

งานแสดงรถยนต์ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่บริษัทรถยนต์ซึ่งมีสินค้าจำหน่ายในเมืองไทยเข้ามาร่วมแสดงครบทุกยี่ห้อ และส่วนใหญ่จะมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ต้นแบบแห่งอนาคตทั้งรถยนต์นั่ง, ปิกอัพและออฟโรด จากค่ายรถยนต์ทั้งซีกโลกตะวันตกและตะวันออก ราว 10 รุ่นด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์ในระบบเกียร์ธรรมดา แต่ไม่ต้องเหยียบคลัชท์ รถยนต์ผ่าซีก และการแสดงสมรรถนะของรถยนต์นั่งในด้านความปลอดภัย

ส่วนสีสันของงานมอเตอร์โชว์ ณ สวนอัมพร แห่งนี้ แน่นอนย่อมมีไม่ขาดหาย โดยเฉพาะบรรยากาศในยามค่ำคืน รอบ ๆ สระน้ำในสวนอัมพรหรือเฉพาะในกลุ่มที่จัดแสดงรถจักรยานยนต์ ก็นับเป็นสีสันของงานแบบสุด ๆ แล้ว

สำหรับปีนี้ จากสภาพการแข่งขันในตลาดรถยนต์ที่ร้อนแรงอย่างมากก็น่าจะทำให้การแข่งขันที่จะสร้างยอดขายต้องระอุ และต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิงแน่ เพราะนี่คือโอกาสสำคัญของปี ใครที่ต้องการจะซื้อรถยนต์ไว้ใช้มางานนี้คงจะไม่ผิดหวัง

และนี่คือที่มา ว่าทำไมงานขายจะต้องมีคู่กับงานแสดงรถยนต์ของเมืองไทย

เป้าหมายของปราจิน ที่ต้องการจะให้งานแสดงรถยนต์ เป็นงานที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการโชว์เทคโนโลยียานยนต์ นับว่าประสบความสำเร็จมากขึ้นมาโดยตลอด และปีนี้ก็นับว่าเป้าหมายนั้นชัดเจนขึ้น เด่นขึ้น

ปราจิน ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้

จากปัญหาที่ประสบมาหลายปีในระยะหลัง เนื่องจากสวนอัมพร ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมาเกือบ 2 ทศวรรษ ดูจะคับแคบเกินไปเสียแล้ว

อีกทั้งปัญหาในเรื่องที่จอดรถการเดินทางมาชมงาน ซึ่งนับวันจะเป็นอุปสรรคมากขึ้น

ปราจิน จึงตัดสินใจที่จะย้ายสถานที่จัดงาน แม้มนต์เสน่ห์ของสวนอัมพรจะขาดหายไป แต่ปราจินมั่นใจว่า สถานที่แห่งใหม่นี้ จะดีกว่าทั้งความสะดวกในเรื่องการจัดงาน ความสะดวกของผู้มาชมงาน และสำคัญที่สุดจากคาดหมายคร่าวๆ จะทำให้รายได้จะเพิ่มขึ้น 60%

ในปี 2541 งานมอเตอร์โชว์จะย้ายไปอยู่ในศูนย์แสดงสินค้า ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ในนาม BITEC หรือ BANGKOK INTERNATIONAL TRADE&EXHIBITION CENTRE บริเวณต้นถนนบางนา-ตราด ซึ่งปัจจุบันศูนย์แห่งนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2540 ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 2,000 ล้านบาท

ปราจิน กล่าวว่า มีการเจรจากับผู้ดำเนินการศูนย์แห่งนี้มากว่า 2 ปีแล้ว และเมื่อมองแนวโน้มแล้วจึงตัดสินใจที่จะนำงานมอเตอร์โชว์ไปไว้ที่นั่น

ศูนย์แห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 140 ไร่ เป็นพื้นที่จัดแสดงประมาณ 80 ไร่ มีพื้นที่จอดรถถึง 4,000 คัน

สำหรับปราจิน รายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 60% เมื่อนำงานมอเตอร์โชว์มาไว้ที่นี่ก็เนื่องจากเนื้อที่ที่เพิ่มขึ้นเพราะแม้ว่าราคาเช่าที่ ปราจินจะเก็บจากผู้นำสินค้ามาแสดงในงานนั้นจะถูกลงแต่พื้นที่ซึ่งแต่ละรายจะเช่าในงานนั้นจะเพิ่มขึ้นอีกกว่าเท่าตัว

"ที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ต้องการพื้นที่ 900-1,000 ตร.ม. แต่เราให้ได้เพียงรายละประมาณ 400 ตร.ม. เท่านั้น เนื่องจากสวนอัมพรมีพื้นที่จำกัด แต่ถ้าที่ใหม่จะให้ได้เต็มที่ จึงทำให้รายได้เพิ่มขึ้น อีกด้านหนึ่งแม้ว่าเราจะต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ในที่ใหม่สูงกว่าที่สวนอัมพร แต่เนื่องจากเราไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลย เพราะทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ การก่อสร้างต่าง ๆ จึงทำให้ต้นทุนดำเนินการของเราต่ำลงหลายล้านบาท" ปราจินกล่าว

ดูเป้าหมายและแนวนโยบายของมอเตอร์โชว์ ที่จัดโดยปราจิน ซึ่งพยายามเน้นให้คนไทยได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ยุคหน้า มองถึงอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า ถ้าการย้ายสถานที่จัดงานไปยังที่ใหม่ประสบความสำเร็จ ยิ่งน่าที่จะทำให้งานมอเตอร์โชว์โดดเด่นและทิ้งห่างงานแสดงรถยนต์อื่นที่จัดในเมืองไทยไปอีกหลายช่วงตัวทีเดียว

เพราะดูเหมือนว่างานแสดงรถยนต์รายอื่น จะย่ำอยู่กับที่โดยส่วนใหญ่ และบางรายที่เด่นดังขึ้นมาหลังเปิดเสรียานยนต์ จัดเพียงครั้งสองครั้ง ก็ล้มหายไป มหกรรมรถยนต์ ณ เซ็นทรัลพลาซ่า ช่วงปลายปี ดูจะเป็นงานเดียว ที่พอจะติดชั้นเข้าเทียบเคียงมอเตอร์โชว์ของปราจิน

ที่สำคัญ ทั้งสองงานมีแนวโน้มที่จะจับมือรวมเป็นหนึ่งเดียว ด้วยสายสัมพันธ์ ระหว่างปราจิน และขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานบริษัทสื่อสากล จำกัด เจ้าของงานมหกรรมรถยนต์

แต่ถ้าปล่อยให้ช่องว่างความยิ่งใหญ่ของงาน ระหว่างมอเตอร์โชว์กับมหกรรมรถยนต์ ถีบตัวออกไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะทำให้การจัดสรรผลประโยชน์เมื่อรวมตัวกัน ยากลำบากขึ้น

เพราะถ้าใครได้ไปชมงานมหกรรมรถยนต์ เมื่อปลายปี 2538 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่าต่างจากมอเตอร์โชว์มากเพียงใด อย่าว่าแต่รถยนต์ต้นแบบเลย แม้แต่รถยนต์ที่แสดงถึงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ก็แทบจะไม่มีให้เห็น ทุกบริษัทนำแต่รถยนต์จะขายเข้ามาตั้งโชว์เพียงเท่านั้น

มนต์เสน่ห์ของงานแสดงรถยนต์ถ้าปล่อยให้จืดจางไป โดยหวังว่าบริษัทรถที่เข้ามาโชว์ยังขายรถได้ อีกไม่นานคงได้รู้สึกกับนโยบายที่ผิดพลาดนั้น

"ย้ายไปที่ใหม่ยังเป็นงานของเราคนเดียว ทางขวัญชัยยังไม่ได้มาร่วมเขาคงต้องรอให้เจรจากับผู้ถือหุ้นเสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะมีผู้ถือหุ้นจากเซ็นทรัลมาร่วมอยู่ในสื่อสากลด้วย การย้ายออกจากเซ็นทรัลจะต้องเจรจากัน" ปราจินกล่าว

"ต้องเจรจากับผู้ถือหุ้นในบริษัทให้เรียบร้อยจึงจะย้ายได้" ขวัญชัย ซึ่งมาร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานมอเตอร์โชว์ของปราจินด้วย ได้ตอบผู้สื่อข่าว

ความยิ่งใหญ่ของงานที่ดูจะห่างกันออกไปทุกขณะ ไม่ว่าจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

การเจรจากับผู้ถือหุ้นที่มาจากกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดูจะไม่ง่าย

สองปัจจัยสำคัญนี้น่าจะทำให้งานแสดงรถยนต์ที่หวังจะให้ยิ่งใหญ่เทียบชั้นต่างประเทศ ในอนาคต

คงจะต้องเกิดจากฝีมือของคนเพียงคนเดียวเสียแล้ว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us