|

new releases
Manager 360 aStore
|
|
|

 |
 |
Jump the Curve
ผู้เขียน: Jack Uldrich
ผู้จัดพิมพ์: Platinum Press
จำนวนหน้า: 242
ราคา: $19.95
buy this book
|
 |
|
 |
Jack Uldrich นักเขียนเรื่องเทคโนโลยีและผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีชี้ว่า ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากเหมือนเลขยกกำลัง แม้ว่าคนอายุเกิน 30 ขึ้นไปจะรู้สึกได้ถึงความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้ได้ชัดเจนกว่าคนวัยอื่น แต่แม้กระทั่งคนที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีและเคยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีมาตลอดชีวิตก็ยังอดที่จะงงงันกับความรวดเร็วนี้ไม่ได้
Uldrich ยืมคำโบราณที่ออกเสียงยากอย่าง zenzizenzizenzic ซึ่งมีความหมายว่า เลขยกกำลังแปดมาสื่อ "สาร" ที่เขาต้องการใน Jump the Curve: 50 Essential Strategies to Help Your Company Stay Ahead of Emerging Technologies ผู้บริหารที่สามารถเอาตัวรอดจากเศรษฐกิจที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบยกกำลัง ซึ่ง Uldrich เรียกว่า "ผู้บริหารยกกำลัง" (exponential executive) จะเป็นคนที่คิดได้ไกลเกินกว่าเส้นการเรียนรู้ปกติ เพื่อที่จะได้พบกับพลังอีกหลายชนิด
ขอพลังสถิตอยู่กับท่าน
ผู้แต่งชี้ว่า มีพลัง 10 อย่างที่จะนำพาธุรกิจของคุณเข้าสู่เขตแดนอื่น ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราเร่ง พลังทั้งสิบนั้นคือ คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล ช่วงสัญญาณ อินเทอร์เน็ต ลำดับพันธุกรรมมนุษย์ การตรวจการทำงานของสมองหรือ brain scanning ปัญญาประดิษฐ์ โปรแกรมคอมที่เลียนแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของยีนหรือ genetic algorithms หุ่นยนต์ นาโนเทคโนโลยี และสุดท้ายคือความรู้ แม้ว่าพลังทั้งสิบนี้จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมากอยู่แล้ว แต่ Uldrich ชี้ว่า พลังเหล่านี้ยังก้าวหน้าไปเพียงแค่ 1% ของศักยภาพทั้งหมดที่มันมีอยู่เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ยังมีช่องว่างของการเติบโตอีกมหาศาล ที่ผู้บริหารยกกำลังจะสามารถกระโดดข้ามเส้นการเรียนรู้ปกติและเข้าถึงพลังเหล่านั้น
การที่พลังต่างๆ ข้างต้นเพิ่งจะก้าวหน้าไปเพียง 1% ของศักยภาพทั้งหมดที่มันมีอยู่ ทำให้ยากที่จะมองเห็นว่า สุดท้ายแล้วพลังเหล่านั้นจะก้าวหน้าไปได้ไกลเพียงใด และความก้าวหน้าของพลังเหล่าจะทำให้ผลรวมของความรู้เพิ่มพูนขึ้นอีกมากมายเพียงใด เมื่อคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารู้ในวันนี้จะมีค่าเท่ากับความรู้เพียงไม่ถึง 1% ของความรู้ทั้งหมดในปี 2050 กระบวนทัศน์ของธุรกิจจะเปลี่ยนแปลง เมื่อ 25% ของประชากรโลกยอมรับเทคโนโลยีใหม่ โทรศัพท์ใช้เวลา 35 ปีจึงไปถึงจุดดังกล่าว ซึ่งสัดส่วนคนที่มีโทรศัพท์ใช้เพิ่มขึ้นถึงระดับ 25% ของประชากร แต่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใช้เวลาน้อยกว่านั้นเพียง 16 ปี ก็สามารถทำให้ประชากร 25% หันมาใช้คอมพิวเตอร์ได้ และอินเทอร์เน็ต ยิ่งทำได้เร็วไปกว่านั้นโดยใช้เวลาเพียง 7 ปีเท่านั้น เวลาที่ลดลงเรื่อยๆ ในการที่คนจะยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ทำให้สรุปได้ว่า แทบไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้และไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาหรือวิสัยทัศน์
หน้าต่างที่ทำความสะอาดตัวเอง
การที่พลังทั้งสิบข้างต้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วราวจักรผัน จะส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ใช้เวลา 20 ปีต่อจากนี้ จะเท่ากับการเปลี่ยน แปลงที่เคยต้องใช้เวลานานถึง 100 ปีในอดีต Uldrich จึงเสนอกลยุทธ์ 50 ข้อสำหรับธุรกิจ เพื่อนำไปใช้ในการกระโดดข้ามเส้นการเรียนรู้ปกติ และอยู่รอดในบรรยากาศทางธุรกิจที่มีอัตราความเร็วของการเปลี่ยนแปลงสูง
Uldrich ยกตัวอย่างให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ อาจเปลี่ยนแปลงไปได้มากเพียงใดในอนาคต จนบางครั้งดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ในเมื่อนอแรด ซึ่งสร้างจากวัสดุชนิดเดียวกับเส้นผมของคนเรา และปราศจากเซลล์ที่มีชีวิต ยังสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ถ้าเช่นนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ย่อมสามารถจะสร้างกระจก ไม้ พลาสติกหรือแม้แต่คอนกรีตที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เช่นเดียวกัน แล้วคนงานซ่อมถนน เจ้าหน้าที่เคลมประกัน และงานอีกหลายอย่างคงจะต้องตกงาน ผู้แต่งชี้ด้วยว่า ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการกระโดดข้ามเส้นการเรียนรู้ปกติเกิดขึ้นแล้วหลายอย่าง และบางอย่างอยู่ในขั้นของการพัฒนา แถบกาว Velcro เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการสังเกตว่าเหตุใดใยพืชจึงติดตามเสื้อผ้าของเราได้ ที่จอดรถโดยใช้หุ่นยนต์ในนครนิวยอร์ก สามารถจอดรถได้ 67 คัน ขณะที่ถ้าใช้คนจอดจะจอดรถในพื้นที่เดียวกันนั้นได้เพียง 24 คัน ขณะนี้กำลังมีการประดิษฐ์หน้าต่างที่จะสะอาดขึ้น ไม่ใช่สกปรกมากขึ้น ทุกครั้งที่ฝนตก โดยการฝังอนุภาคที่เล็กระดับนาโนเข้าไปในวัสดุที่ใช้ทำหน้าต่าง เทคโนโลยีการตรวจการทำงานของสมองหรือ brain scanning และลำดับพันธุกรรมมนุษย์มีความหมายว่า มนุษย์ในรูปแบบที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ อาจไม่ใช่จุดสุดท้ายของมนุษยชาติ แต่อาจเป็นเพียงย่างก้าวหนึ่งของวิวัฒนาการขั้นต่อไปของมนุษย์ก็เป็นได้
|
 |
|
|