Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 



new releases
Manager 360 aStore






 
The Chinese Century
ผู้เขียน: Oded Shenkar
ผู้จัดพิมพ์: Wharton School Publishing
จำนวนหน้า: 191
ราคา: $25.95
buy this book

มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกรายใหม่

นักเศรษฐศาสตร์บางคนเห็นว่า การที่จีนผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชาติใหม่ของโลกนั้น เป็นเพียงการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของชาติเอเชียชาติหนึ่ง เหมือนๆกับที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้เคยทำมาแล้วก็เท่านั้น แต่ศาสตราจารย์ Dr.Oded Shenkar ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการวิจัยธุรกิจระหว่างประเทศไม่เห็นด้วย

Shenkar ชี้ว่า การก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของจีนในครั้งนี้ มีลักษณะเหมือนกับการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกของสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน ไม่ใช่เป็นเพียงการรุ่งเรืองขึ้นของชาติเอเชียชาติหนึ่งเท่านั้น

Shenkar มองเห็นการเติบโตที่รวดเร็วและยั่งยืนหลายอย่างในจีน ที่มีลักษณะคล้ายการเติบโตของสหรัฐฯ ในครั้งนั้น เนื่องจากจีนมีทรัพยากรที่หลากหลายมากมายอย่างที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ นอกจากนี้ยังมีความทะเยอทะยานมุ่งมั่นอย่างสูงลิ่ว และมีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่ง ทั้งยังสมบูรณ์ด้วยกำลังเงินและความคิดริเริ่มทาง ด้านเทคโนโลยีรวมทั้งความเชี่ยวชาญทางธุรกิจอย่างหาตัวจับยาก

Shenkar ชี้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่จีนกำลังจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกชาติใหม่ จะมีอย่างมหาศาล และจะกระทบกับธุรกิจ ลูกจ้างและผู้บริโภคทั่วโลก โดยจะส่งผลกระทบถึงขั้นก่อให้เกิดการปรับโครงสร้างพื้นฐานของระบบธุรกิจของโลก

โลกควรเตรียมปรับตัว

ไม่เพียงจะเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1.3 พันล้านคน แต่จีนยังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเครื่องบิน Boeing และของผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรในสหรัฐฯ รวมทั้งเป็นตลาดต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของ Volkswagen ซึ่งแซงหน้าสหรัฐฯ

จีนยังเป็นผู้ผลิตของเล่นราว 70% ของของเล่นที่ผลิตได้ในโลก ผลิตจักรยาน 60% ของที่มีอยู่ในโลก ผลิตรองเท้าครึ่งหนึ่งของรองเท้าที่ผลิตขึ้นทั่วโลก และผลิตกระเป๋าหนึ่งในสามของกระเป๋าที่ผลิตทั่วโลก

Shenkar ชี้ว่า ขนาดความใหญ่โตของจีนยังหมายถึงการมีทรัพยากรแรงงานที่มหาศาล นอกจากแรงงานไร้ฝีมือที่ใช้ไม่มีวันหมดแล้ว ยังมีแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งช่างเทคนิค วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ระบบการศึกษาของจีนก็ยังมีการเร่งปรับปรุงไปสู่ความทันสมัย และเต็มไปด้วยคณาจารย์ที่จบจากต่างประเทศ ทั้งหมดนี้จะทำให้จีนสามารถแก้ปัญหาที่กำลังประสบอยู่ได้ และจะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แม้ Shenkar จะชี้ว่า บริษัท ลูกจ้างและผู้บริโภคจะต้องเตรียมปรับตัวรับจีนในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกรายใหม่ แต่เขาเตือนว่า การใช้วิธีกีดกันทางการค้ากับจีนจะเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ และจะส่งผลกระทบกับทุกคนอย่างรุนแรง

แทนที่สหรัฐฯ

สำหรับคนที่เห็นเพียงว่าการผงาดขึ้นของจีนน่าจะเทียบได้แค่กับญี่ปุ่นหรืออินเดีย Shenkar แย้งว่า จีนมีความเป็นตัวของตัวเองและแข็งแกร่งกว่ามากนัก ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจีนกับญี่ปุ่นคือความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมและความสามารถในการประกอบการและการทำธุรกิจระหว่างประเทศ Shenkar ชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ได้บอกเราว่า จีนเป็นนักประดิษฐ์ ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นนักเลียนแบบ หรือนักปรับปรุง และแทบไม่เคยสร้างนวัตกรรมแห่งยุคสมัย

และจากการที่จีนมีความได้เปรียบทั้งด้านความคิดริเริ่ม และขนาดนี่เอง Shenkar จึงชี้ว่า ผลกระทบจากจีนที่จะเกิดกับภาคธุรกิจต่างๆ ย่อมจะหนักหนา กว้างขวางและยาวนานกว่าที่โลกเคยเผชิญจากการผงาดขึ้นของญี่ปุ่นอย่างเทียบกันไม่ติด

ส่วนคนที่เทียบจีนกับอินเดีย Shenkar แย้งว่า อินเดียผงาดขึ้นในวงแคบ คือเฉพาะด้านซอฟต์แวร์ งาน back office และ call center เท่านั้น ในขณะที่จีนผงาดขึ้นเป็นคู่แข่งสำคัญในระดับโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สิ่งทอถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลกระทบจากอินเดียจึงจำกัดอยู่เพียงแวดวง outsourcing โลกเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จในจีน Shenkar แนะนำว่า ธุรกิจจะต้องทำการบ้านหนัก และต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีน และเรียนรู้ที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่

Shenkar สรุปด้วยการทำนายว่าหากทุกอย่างยังคงดำเนินไป ในทิศทางนี้ จีนจะสามารถแซงหน้าสหรัฐฯ และกลายเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกภายในเวลา 20 ปีหรือเร็วกว่านั้น



upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide



 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us